ไทยเดินหน้าขับเคลื่อน AI ยกระดับผลิตภาพอุตสาหกรรม

เปิดตัว “National AI Roadmap” วางผลิตภาพเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ AI


ดร. อินทรา ประดานา สิงาวินาตา เลขาธิการองค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (APO) “แผนที่นำทางปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติสำหรับการเพิ่มผลิตภาพอย่างยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมไทย (National AI Roadmap for the Sustainable Productivity of Industries in Thailand)” แด่ผู้แทนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะ APO Director ประเทศไทยนางสาวดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

กรุงเทพ, Sept. 02, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) -- ประเทศไทยเดินหน้าขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม โดยมีการเผยแพร่และส่งมอบ “แผนที่นำทางปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติสำหรับการเพิ่มผลิตภาพอย่างยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมไทย (National AI Roadmap for the Sustainable Productivity of Industries in Thailand)” อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งให้ “ผลิตภาพ” เป็นเป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ AI มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้

การเผยแพร่และส่งมอบแผนที่นำทางฯ จัดขึ้นภายในงาน Thailand Productivity Forum 2026: “Twin Transformation – AI × Productivity × Net Zero” ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุม 1st AI Productivity Collaboration Consortium โดยมีสาระสำคัญว่า การนำ AI มาใช้ควรพิจารณาจาก คุณค่าที่สามารถสร้างขึ้นและวัดผลได้จริง ทั้งต่อภาคธุรกิจ แรงงาน การให้บริการภาครัฐ และเศรษฐกิจโดยรวม

AI ไม่ใช่เป้าหมาย แต่ “ผลิตภาพ” คือเป้าหมาย

ข้อมูลจาก APO Productivity Database 2025 ระบุว่า ผลิตภาพแรงงานของไทยในช่วงปี 2015–2023 เติบโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2.1 ลดลงจากร้อยละ 4.8 ในช่วงปี 2010–2015 ขณะที่ผลิตภาพการผลิตโดยรวม (Total Factor Productivity: TFP) มีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ ร้อยละ 0 ท่ามกลางแนวโน้มสังคมสูงวัยและข้อจำกัดด้านการขยายกำลังแรงงาน ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกชั่วโมงการทำงานและจากเงินทุนที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดร. อินทรา ประดานา สิงาวินาตา เลขาธิการองค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (APO) กล่าวว่า

“AI is not the objective. Productivity is.”
“AI ไม่ใช่เป้าหมาย แต่ผลิตภาพต่างหากคือเป้าหมาย”

สำหรับ APO ความสำเร็จของการนำ AI มาใช้ไม่ได้วัดจากจำนวนเครื่องมือ AI ที่องค์กรจัดซื้อ จำนวนโครงการนำร่อง หรือจำนวนบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่า AI สามารถช่วยเพิ่มผลผลิตต่อชั่วโมง ลดเวลาหยุดเครื่องจักรและข้อบกพร่อง ยกระดับคุณภาพและการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ ลดการใช้พลังงานและวัตถุดิบ เร่งการสร้างนวัตกรรม และเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรได้มากน้อยเพียงใด

เชื่อมโยง Digital Transformation กับ Green Transformation

นางสาวดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เน้นย้ำแนวคิดเดียวกัน โดยเชื่อมโยง Digital Transformation และ Green Transformation ผ่านแนวคิด AI × Productivity × Net Zero พร้อมระบุว่า “ผลิตภาพ” คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการทำงานให้ดีขึ้น โดยใช้ทรัพยากรน้อยลง ลดต้นทุนและความสูญเปล่า และสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการมี ข้อมูลที่มีคุณภาพ เนื่องจาก “Good AI begins with good data” หรือ AI ที่ดีต้องเริ่มต้นจากข้อมูลที่ดี โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมีระบบ i-Industry และ i-SingleForm ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม เช่น การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน การตรวจสอบคุณภาพแบบเรียลไทม์ การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร

National AI Roadmap: จากยุทธศาสตร์สู่การนำไปใช้จริง

National AI Roadmap จัดทำโดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (FTPI) และ APO โดยได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจาก FutureLab และพัฒนาขึ้นจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวน 23 ราย การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านยุทธศาสตร์ และการฝึกอบรมด้าน AI เชิงปฏิบัติการ

แผนที่นำทางฯ ได้กำหนด เป้าหมายเชิงปริมาณที่เสนอสำหรับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นทิศทางในการขับเคลื่อนภายในปี 2030 ได้แก่

  • เพิ่มผลิตภาพ ร้อยละ 15 ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญที่อยู่ภายใต้ MIND
  • ส่งเสริมการใช้ AI ในสถานประกอบการขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 และ SMEs ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 40 ในภาคส่วนเป้าหมาย
  • พัฒนาโครงการนำร่องด้าน AI ไม่น้อยกว่า 80 โครงการ ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และผลักดันอย่างน้อย ร้อยละ 30 ให้ขยายผลสู่การใช้งานจริงในระดับการผลิต
  • พัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรมให้ได้รับการรับรองทักษะไม่น้อยกว่า 50,000 คน และพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จำนวน 5,000 คน

จากโครงการนำร่องสู่การขยายผลทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ประเทศไทยมีตัวอย่างความสำเร็จที่สะท้อนศักยภาพของ AI ในภาคอุตสาหกรรม โดยในปี 2025 World Economic Forum (WEF) ได้บรรจุโรงงาน Midea ที่จังหวัดชลบุรีเข้าสู่ Global Lighthouse Network หลังจากโรงงานนำโซลูชันดิจิทัลและ AI จำนวน 72 โซลูชันมาใช้ ส่งผลให้ระยะเวลาการดำเนินการตามคำสั่งซื้อลดลง ร้อยละ 43 ข้อร้องเรียนจากลูกค้าลดลง ร้อยละ 32 และความรวดเร็วในการพัฒนาคุณสมบัติของพนักงานดีขึ้น ร้อยละ 62 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนเมื่อทำงานร่วมกับการปรับปรุงกระบวนการ การพัฒนาบุคลากร และวินัยในการปฏิบัติงาน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในระยะต่อไปคือ การขยายผลการใช้ AI จากความสนใจและโครงการนำร่องไปสู่การใช้งานที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง โดยผลการศึกษา ETDA–NSTDA AI Readiness ปี 2024 จากองค์กรที่ตอบแบบสำรวจ 580 แห่ง พบว่า ร้อยละ 17.8 มีการใช้ AI แล้ว ขณะที่ร้อยละ 73.3 มีแผนที่จะนำ AI มาใช้ในอนาคต

ดังนั้น โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การช่วยให้องค์กร โดยเฉพาะ SMEs สามารถก้าวจาก “ความตั้งใจที่จะใช้ AI” ไปสู่ “การนำ AI ไปใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางผลิตภาพอย่างเป็นรูปธรรม” ผ่านการเลือก Use Case ที่เหมาะสม การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล การออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ การสร้างการยอมรับของบุคลากร การบูรณาการระบบ การขยายผล และการวัดผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ

ขับเคลื่อน AI Transformation ที่วัดผลได้ ขยายผลได้ และยั่งยืน

National AI Roadmap สอดคล้องกับ APO Vision 2030 และ Strategic Partnership Program (SPP) ของประเทศไทย โดยมุ่งเปลี่ยนจากการขับเคลื่อน AI ในลักษณะโครงการรายโครงการ ไปสู่ระบบการเปลี่ยนผ่านด้านผลิตภาพที่มุ่งเน้นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

เป้าหมายสำคัญในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่า “ประเทศไทยจะมีโครงการ AI จำนวนเท่าใด” แต่คือ AI จะสามารถช่วยให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาขีดความสามารถ และแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในวงกว้างเพียงใด

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่อีกต่อไปว่า “ประเทศไทยจะใช้ AI หรือไม่” แต่คือ “ประเทศไทยจะเปลี่ยน AI ให้เป็นการเพิ่มผลิตภาพที่วัดผลได้ ขยายผลได้ ยั่งยืน และเกิดประโยชน์อย่างทั่วถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด”

เกี่ยวกับ APO

APO เป็นองค์การระหว่างรัฐบาลระดับภูมิภาคที่มุ่งมั่นยกระดับผลิตภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านความร่วมมือซึ่งกันและกัน APO ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 โดยสนับสนุนเศรษฐกิจสมาชิกผ่านบริการให้คำปรึกษาเชิงนโยบาย การเสริมสร้างขีดความสามารถ และการแบ่งปันความรู้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

ติดต่อ: pr@apo-tokyo.org
เว็บไซต์: https://www.apo-tokyo.org

ดูรูปภาพประกอบข่าวประกาศนี้ได้ที่ https://pr.globenewswire.com/FileDownloader/DownloadFile?source=pnr&fileGuid=6b413fac-4b0d-4112-8e60-68df791a3bba


GlobeNewswire

Recommended Reading